แรงส์
posted on 29 Jan 2009 09:49 by tamtammai
เป็นไรไม่รุ้โคตรชอบคำนี้เลยยยยยยยยยยยยยยย อ่าๆๆๆๆ
เป็นไรไม่รุ้โคตรชอบคำนี้เลยยยยยยยยยยยยยยย อ่าๆๆๆๆ
![]() |
เคย สงสัยกันบ้างมั้ยค่ะว่า ทำไม บางทีในวันคริสต์มาสนั้น แทนที่จะเขียนว่า "Merry Christmas" แต่กลับเขียนว่า "Merry X'mas / Merry Xmas" มาค่ะวันนี้เรามีเฉลย
ซึ่ง
แต่แรกเริ่มนั้นก็เขียนว่า "Christmas" กันตามปกติ
แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปก็เริ่มมีการนำเอาคำว่า "X'mas" มาใช้แทน
ซึ่งจากหลักฐานปรากฎว่า การใช้ "X"เป็นคำย่อแทนคำว่า "Christ"นั้นปรากฎครั้งแรกไม่เกิน ค.ศ. 1100 และคำว่า "X'mas" ปรากฎขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1551
จะว่าไปคำว่า "X'mas" ถือได้ว่าเป็นการเขียนที่ไม่ถูกต้องตามหลักภาษาเท่าไหร่นัก สำหรับชาวต่างชาติบางคนที่เคร่งครัดการใช้ภาษาจริง ๆ อาจจะไม่ใช้คำนี้กัน แต่สำหรับวันรุ่นทั่ว ๆ ไปนั้นอาจจะนิยมเขียนกันมากกว่า
ถ้าจะให้เปรียบกับภาษาไทยแล้ว เราว่าน่าจะคล้ายกับคำว่า อย่างไร ซึ่งเป็นคำที่ใช้มากในภาษาเขียน แต่สำหรับเด็ก ๆ ทั่วไปหรือคนทั่ว ๆ ไปมักจะใช้คำว่า ยังไง มากกว่านั่นเอง
เพราะฉะนั้นก็
"Merry Christmas" "Merry X'mas / Merry Xmas"








































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































งงอ่าดิ อยากหายงง เข้า ไปที่บล๊อกพี่คนนี้อ่ะ ..จิ้มม
ไอ้สีๆๆ ข้างบนนี้ มาจากเพลง Number 1 -BIGBANG ^^~
Type hereVerse 1: I'll be ready in an hour Jump in the shower
Crisp and clean Now I got the power Blasting music from my speakers
T-shirt Fresh Brand new sneakers
Ready to Flow Ready to go
Ready for the sportlight Ready for the show
Let me tell you something that you already know
I'm a hard working man And I work for my fans
Bridge: Girl I love your style love your smile
Wish that you could be Only mine Be only mine
I can't let it go I don't know What you've done to me
You're so fine Ooh you're so fine
Chorus: It's gettin' hot in the club, I can see
They want some more
Yeah I will give you more, I'm your Number 1
Once I get up, I will rock, never stop
You can be sure
Yeah you can be sure, I'm your Number 1
After - Chorus: I, you know I, you know I I'm your Number 1
Verse 2: Crazy Hot Mad party Shorty drop it low for me
You can keep me company You look sweet smell like honey
I need a girl who's in it for me Not for the money Not for the fame
Not for the glory Not for the name (man)
It's ain't easy Cause all they just sayin' is
Bridge: Boy I love your style love your smile
Wish that you could be Only mine Be only mine
I can't let it go I don't know What you've done to me
You're so fine Ooh you're so fine
Chorus: It's gettin' hot in the club, I can see
They want some more (yeah, yeah) Yeah I will give you more, I'm your Number 1
Once I get up, I will rock, never stop You can be sure
(yeah, yeah) Yeah you can be sure, I'm your Number 1
After - Chorus: I, you know I, you know I I'm your Number 1
Mid 8: We jump jump jump To the ceiling ceiling We jump jump jump
What a feeling feelin' We jump jump jump To the ceiling ceiling
We jump jump jump What a feeling feelin'
Chorus: (x2) It's gettin' hot in the club, I can see
They want some more (yeah, yeah) Yeah I will give you more, I'm your Number 1
หนุกจิงๆๆ ฮ่าๆ..
| ครั้งแรก หรือ การเริ่มต้น | |||
| + | เหตุการณ์ | ช่วงเวลา | แหล่งอ้างอิง |
| + | หลักฐานเกี่ยวกับปฏิทิน ครั้งแรกในเมืองไทย (ปลายสมัยรัชกาลที่ 3)
คาดว่าโรงพิมพ์หมอบรัดเลย์เป็นผู้จัดพิมพ์ |
14 ม.ค. 2385 | http://www.lib.ru.ac.th |
| + | รัชกาลที่ 4 โปรดให้พิมพ์ปฏิทินภาษาไทย
ปรากฏหลักฐานใน หนังสือบางกอกคาเลนดาร์ หน้า 108 |
12 มี.ค. 2404 | |
| + | มีการพิมพ์ปฏิทินขาย ชื่อ "ประนินทิน" เป็นของโรงพิมพ์หมอสมิท
ราคาเล่มละ 4 บาท |
รัชกาลที่ 5
2411 – 2453 |
|
| + | ธนบัตร หรือ อัฐกระดาษ ถูกนำมาใช้แต่ไม่เป็นที่นิยม
ออกธนบัตรอีกครั้ง ในชนิด 5, 10, 20, 100, 1000 บาท |
2435
2445 |
http://mpprint.igetweb.com |
| + | พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2486
ให้ประชาชนในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรก |
2486 | http://www.nurnia.com
http://www.seedang.com |
| + | พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2505 ขนาด 6*9 ซม.
เป็นการจัดทำบัตรจากส่วนกลาง โดยออกบัตรเหลืองจนกว่าส่วนกลางจะส่งกลับมา |
2505 | |
| + | บัตรประชาชนเปลี่ยนจากสีขาวดำเป็นสีธรรมชาติ
เริ่มใช้บัตรแถบแม่เหล็ก ผลิตบัตรแบบรอรับได้ เริ่าใช้บัตรอเนกประสงค์ หรือสมาร์ทการ์ด |
2531 2539 2547 |
|
| + | โฉนดที่ดินฉบับแรกเป็นของพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ต.บ้านแป้ง อ.พระราชวัง จ.กรุงเก่า (พระนครศรีอยุธยา) 89-1-52 ไร่ |
1 ต.ค.2444 | http://www.dol.go.th
http://www.thaihomeonline.com |
| + | ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497
ใช้บังคับเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน |
2497 | |
| + | อารามเล็ก ๆ เป็นวัดไหล่หินหลวง หรือ วัดเสลารัตนปัพพตาราม อ.เกาะคา จ.ลำปาง
วิหาร ร่วมสร้างโดย พระมหาป่าเกสร ปัญโญ และเจ้าฟ้าเมืองเชียงตุง |
2181 (370 ปี)
2226 (325 ปี) |
http://www.chiangmainews.co.th
http://www.laihin.org http://www.onab.go.th |
ปฏิทิน เริ่มต้นเมือ่ไร อย่างไร ...
ปฏิทินไทย |
อยากรุ้ต่อก้อคลิก เข้าไปตามนั้นอ่านะ
ปีใหม่ใกล้จะมาถึงแล้ว สวัสดีปีใหม่ทุกคน
แต่แดงน้อยกำลังเดี้ยงง
นิ้วหักอยู่ ถือว่าฉลองปีใหม่และกันเนอะ
มาดูวันหยุดในปีหน้าดีกว่า
| วันหยุด และวันสำคัญ (ธนาคาร+ราชการ) ปี 2552 | ||||
| วันในสัปดาห์ (in week) |
วันที่ (Date) |
เหตุการณ์ (Event) | ธนาคาร (Bank) |
ราชการ (Government) |
| พฤหัสบดี | 1 มกราคม | วันขึ้นปีใหม่ (New Year's Days) | วันหยุด | วันหยุด |
| ศุกร์ | 2 มกราคม | หยุดวันขึ้นปีใหม่ เพิ่มอีก 1 วัน ? ? | วันหยุด | วันหยุด |
| เสาร์ | 10 มกราคม | วันเด็กแห่งชาติ (Children Day) | ||
| ศุกร์ | 16 มกราคม | วันครู (Teacher Day) | ||
| อาทิตย์ | 18 มกราคม | วันยุทธหัตถี | ||
| จันทร์ | 26 มกราคม | วันตรุษจีน (Chinese New Year's Day) ? | ||
| จันทร์ | 9 กุมภาพันธ์ | วันมาฆบูชา (Makha Bucha Day) ? | วันหยุด | วันหยุด |
| เสาร์ | 14 กุมภาพันธ์ | วันแห่งความรัก (Valentine's Day) | ||
| อังคาร | 24 กุมภาพันธ์ | วันศิลปินแห่งชาติ ? | ||
| จันทร์ | 6 เมษายน | วันจักรี (Chakri Memorial Day) | วันหยุด | วันหยุด |
| จันทร์ | 13 เมษายน | วันสงกรานต์ (Songkran Festival Day) | วันหยุด | วันหยุด |
| อังคาร | 14 เมษายน | วันสงกรานต์ (Songkran Festival Day) | วันหยุด | วันหยุด |
| พุธ | 15 เมษายน | วันสงกรานต์ (Songkran Festival Day) | วันหยุด | วันหยุด |
| เสาร์ | 25 เมษายน | วันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวร | ||
| ศุกร์ | 1 พฤษภาคม | วันแรงงานแห่งชาติ (National Labour Day) | วันหยุด | |
| อังคาร | 5 พฤษภาคม | วันฉัตรมงคล (Coronation Day) | วันหยุด | วันหยุด |
| ศุกร์ | 8 พฤษภาคม | วันวิสาขบูชา (Visakha Bucha Day) | วันหยุด | วันหยุด |
| จันทร์ | 11 พฤษภาคม | วันพืชมงคล (Royal Ploughing Ceremony Day) | วันหยุด | |
| ศุกร์ | 26 มิถุนายน | วันสุนทรภู่ ? | ||
| พุธ | 1 กรกฎาคม | วันหยุดภาคครึ่งปี ธนาคาร | วันหยุด | |
| อังคาร | 7 กรกฎาคม | วันอาสาฬหบูชา (Asarnha Bucha Day)
|
วันหยุด | วันหยุด |
| พุธ | 8 กรกฎาคม | วันเข้าพรรษา (Buddhist Lent Day) | วันหยุด | |
| พุธ | 12 สิงหาคม | วันแม่ (H.M. The Queen's BirthDay) | วันหยุด | วันหยุด |
| พฤหัสบดี | 3 กันยายน | วันสารทจีน (Sart Chin Day or Ghost Festival or Spirit Festival) ? | ||
| อาทิตย์ | 4 ตุลาคม | วันออกพรรษา (End of Buddhist Lent Day) ? | ||
| ศุกร์ | 23 ตุลาคม | วันปิยมหาราช (Chulalongkorn Memorial Day) | วันหยุด | วันหยุด |
| จันทร์ | 2 พฤศจิกายน | วันลอยกระทง (Loykatong Day) | ||
| เสาร์ | 5 ธันวาคม | วันพ่อ (H.M. The King's BirthDay) | วันหยุด | วันหยุด |
| จันทร์ | 7 ธันวาคม | ชดเชย วันพ่อ (H.M. The King's BirthDay) | วันหยุด | วันหยุด |
| พฤหัสบดี | 10 ธันวาคม | วันพระราชทานรัฐธรรมนูญ (Constitution Day) | วันหยุด | วันหยุด |
| พฤหัสบดี | 31 ธันวาคม | วันสิ้นปี (New Year's Eve) | วันหยุด | วันหยุด |
คนไทยมักจะถือ หลายๆ อย่างเช่น
- ห้ามขึ้นบ้านใหม่วันเสาร์ เพราะเชื่อกันว่าวันเสาร์เป็นวันแรง ถ้าขึ้นบ้านใหม่ในวันนี้แล้วจะทำให้ชีวิตครอบครัวอยู่กันอย่างไม่เป็นปกติสุข
(จิงๆถ้าเรารักและดูแลทุกคนในครอบคัว ย่อมจะปกติสุขได้อยู่แล้ว*-*(
- ห้ามเผาผีวันศุกร์ เพราะเชื่อว่าวันศุกร์เป็นวันแห่งโชคลาภ และความรื่นเริง หากเกิดการเผาผีขึ้นในวันนี้แล้วจะก่อให้เกิดเรื่องร้ายขึ้นดังคำกล่าวที่ ว่า “เผาผีวันศุกร์ ให้ทุกข์แก่คนยัง” ( บางทีก้อห้ามเผาวันสำคัญด้วย )
- ห้ามโกนจุกวันอังคาร เพราะเชื่อว่าวันอังคารเป็นวันแข็ง หากโกนจุกในวันนี้แล้วอาจเกิดเรื่องร้ายแรง อาทิ อุบัติเหตุขึ้นกับผู้ถูกโกนจุกได้ ( พิธรโกนจุก เป็นพิธีที่สำคัญมากของคนโบราณ จะมีการเรียกขวัญ ก้อคงคล้ายๆกับการที่ให้วันพฤหัสบดีเป็นวันครู นั่นแหละ)
- ห้ามแต่งงานวันพุธ เพราะเชื่อกันว่าวันพุธเป็นวันที่ไม่มีความมั่นคง หากแต่งงานในวันพุธแล้วจะทำให้ชีวิตแต่งงานพบแต่อุปสรรค(หากรักมันไม่ยืนยงแต่งวันไหนก้อเลิกเราว่าอ่ะนะ)
- วันพุธห้ามตัด
เพราะเชื่อกันว่าวันพุธเป็นวันแห่งความเจริญงอกงาม
จึงห้ามตัดสิ่งต่างๆในวันพุธ อาทิ การตัดต้นไม้ต่างๆ
รวมทั้งร้านตัดผมก็ยังนิยมหยุดให้บริการในวันพุธ เป็นต้น
- วันพฤหัสห้ามถอน เพราะเชื่อกันว่าวันพฤหัสเป็นวันแห่งความมั่งคั่ง ดังนั้นการถอดถอนต้นไม้ เสาเรือน หรือถอดถอนสิ่งสำคัญต่างๆจึงพึงงดในวันดังกล่าว
ก้อเรียกว่าเชื่อไว้บ้าง ถือว่าผู้ใหญ่อาบน้ำมาก่อน คงจะมีเหตุผลพอที่จะเชื่อแบบนี้และกัน..
การเดินทางบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยหัวใจ
ต้องเท้าความถึงเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ก่อน
พฤหัส ที่ 27 พ.ย.
หลังจาก ที่ พธฒ.บุกยึด สนามบิน ทำให้ งานแถลงข่าวถูกงดไป และงานคอนก้อถูกเลื่อนไปในที่สุด
ศุกร์ ที่ 28 พ.ย. (งานแถลงข่าว)
ทำไงดีล่ะ เพื่อนก้อดันลางานมาเพื่องานนี้ตั้ง 3 วัน (พฤหัส ศุกร์ เสาร์ แถมอาทิตย์อีก) **เราจะให้เพื่อๆมามานั่งๆนอนๆ กินน้ำไฟ ห้องเราก้อจะใช่ที่ ต้องวางแผนใหม่ซะแล้ว
เริ่มจาก วันศุกร์ ไป สยามย้อมใจก่อน ประหนึ่งว่าไปงานแถลงข่าวมาจิงๆ
นอกจากชั้นและเพื่อนแล้วยังมีหญิงสาว อีก
สองล้านแปดแสนห้าหมื่อนสองพันเจ็ดร้อยห้าสิบเก้าคนถ้วน ที่พากัน
แห่...มาถ่ายรูปย้อมใจเช่นเดียวกัน
ช่วงบ่ายไปสนามหลวง ชมพระเมรุที่สวยที่สุดในโลกซะหน่อย ถือว่าไม่เสียเวลาเปล่า



คนช่างเยอะแยะมากมายก่ายกองมากมายล้นเหลือสุดคณานับมากๆ
หมดไปแล้วหนึ่งวัน.....
แล้ววันเสาร์ ที่ 29 (คอน) ล่ะ จะไปไหน
ในหัวไม่มีที่ท่องเที่ยวที่อื่นเลย....นอกจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว....
อยากไป ..แต่ไม่อยากนั่งรถไป ก้อสะพานข้ามแม่น้ำแคว มันเป็นสะพานรถไฟนี่นา จะไปรถยนต์ทำแป๊ะอาไร เล่า...
นั่งรถไฟไป....ยังไง?..
หลังจากปรึกษาอาจารย์กุ๊กลี(Goog Lee= Google)
เป็นอันว่าเราต้องไป ขึ้นที่สถานีรถไฟธนบุรี(บางกอกน้อย)
โอ้เค๋..ตกลงตามนี้...
11.30 น.ของวันเสาร์ ที่ 30 พ.ย. ชั้นและเพื่อนเริ่มออกเดินทาง โดยเป้าหมายอยู่ที่สถานีรถไฟธนบุรี เวลา 13.35 น.
12.30 น. ถึง อนุสาวรีชัยสมรภูมิ ไม่เราเดินทางกันได้ช้าขนาดนี้เนี่ย
โอ้วว..ไม่ทันแน่ ถ้านั่งรถเมล์ เอาล่ะ มือไวกว่าสมอง
ยกแขนทำมุมขนานกับพื้นโลกพร้อมกับแกว่งนิ้วทั้ง 4 ขึ้นลง
เพื่อเรียกรถแท็กซี่.... (เอาล่ะ ถ้าแกไปถูกชั้นก้อไปกับแกล่ะ)
ชั้น:ไปสถานีรถไฟธนบุรีค่ะ
พี่แท๊ก(ซี่):บางกอกน้อย
ชั้น:นั่นแหละค่า
ว้าว โชคเริ่มเข้าข้างที่เจอแท็กซี่ที่ไม่งอแง 55+
แต่พอเลี้ยวรถออกจากอนุสาวรีเท่านั้นแหละ อุแม่จ้าว!!!!!!!!! รถทำไมมันช่างติดขนาดนี้....
ชั้น : อีก 50 นาที จะไปถึงสถานีรถไฟไหมคะ?
พี่แท็ก(ซี่): โหว คงเป็นชั่วโมงแหละ
แว๊กกกกกกกกก....เป็นชั่วโมง เป็นลมค่า...
หลังจากไต่สวนกันกับพี่แท็กซี่ พี่เค้าก้อใจดี(มากกกกกกกกก)
พาเราไปทางซิกแซก หลบรถติดกันสุดฤทธิ์ เพื่อให้ทันรถไป รอบ 13.35
ไม่ใช่อะไร มันมีรอบนี้รอบสุดท้ายแล้ว
ชั้น คิดในใจ ไม่ทัน ก้อไปรถทัวร์และกัน..T*T
13.27 น. เหยียบ ชานชาลา สถานีรถไฟ ธนบุรี ต้องขอบคุณพี่แท็ก
มากที่พามาทันเวลา แต่หลังจาก ไปซื้อตั๋ว (ใช้คำว่าขอดีกว่า
เพราะตั๋วฟรี) ก้อพบว่า เวลา 13.55 ไม่ใช่ 13.35 ดังที่เราดูไว้
แอบดีใจที่ยังเหลือเวลาเตรียมตัวอีกหลายนาที


ตั๋วแบบฟรีๆ...

ขบวนที่ขึ้น

นั่งฟรี..


เพื่อนพร้อม..
13.55 ตรงแป๊ะ รถไฟออกจากชานชาลา "ชั้นรักเธอธนบุรี" แม้มันไม่มีความหมาย แต่ชั้นอยากตะโกนคำนี้เอามากๆ

บรรยากาศภายในมายโบกี้
****
หลังจากเก็บภาพได้ไม่นาน ผลของยาแกเมารถเริ่มออกฤทธิ์ หลับยาว
จนถึงนครปฐม เพื่อนดันเรียกบอกว่าถึงนครถมแล้ว นึกในใจ "เวง
เรียกกรุไมว้าา"
หลับต่ออีก 55 ยาเค้าแรงจิงๆ
ถึงสถานี กาญจนบุรีแล้วอีกไม่นานก้อคงถึง ปลายทางนั่นคือ สะพานข้ามแม่น้ำแคว หรอ สถานี สะพานแควใหญ่นั่นเอง

***
หลังจากก้าวเท้าที่ใส่คอนเวิส สีเหลือแบบกะแหล่งมาก พร้อมเดฟสีชมพูลงจากรถไฟ...
"นี่เป็นการเดินทางไกลครั้งแรก..ที่ไม่ได้มากับแม่ พร้อมกับภาระที่ต้องดูแลเพื่อนอีกคน"
หลายคนอาจจะงงว่าชั้นอายุเท่าไหร่ ก้อ แค่ เพิ่งจะ 20 หยกๆ นี่แหละ
การเดินทางไปต่างจังหวัดคนเดียว เป็นสิ่งที่พ่อแม่ ไม่อยากให้ทำ
เช่นเดียวกับแม่ของชั้น...

***
ความกลัว+กังวล+หลายๆอย่างเริ่มรุมเร้า แต่ใบหน้ายังยิ้ม เพราะัไม่อยากให้เพื่อนกลัว
หลอกกับมันว่า "ถ้าไม่มีที่นอน คงต้องนอนสถานีรถไฟนะ** 555+"
หลังจากเดินหาบ้านพัก บริเวณนั้น..รุ้สึกเริ่มเครียด..เข้าไปทุกที
เพราะบ้านพักถูกจองเต็มหมด
เริ่มกลัว ประกอบกับเริ่มจะเย็นมากแล้ว ยังไงก้อต้องหาที่พักให้ได้ก่อน ถึงแม้อยากจะถ่ายรูปเต็มแก่ ก็ตาม...
เริ่มหาที่พึ่งพิง..อันดับแรกที่นึกถึง คือตำรวจ เพราะเค้า
ไม่หลอกประชาชนตาดำๆ อย่างเราแน่นอน ได้คำตอบว่า
เราต้องเดินทางเ้ท้าออกนอกงาน ไป หาคอนโดราคาถูก โดยคอนโดนั้นอยู่หน้า
สารพัดช่าง เดินไม่ไกล ตำรวจไทย ย้ำอย่างนั้น...
เราเดินออกมา.........

ทางเดินไปคอนโด..
แล้วพบว่า.....
มันไกลมากกกกกกกกก......
ร่วมกิโลเลยทีเดียว + ทางเข้าน่ากัว+ตึกร้าง อุแม่เจ้า.........นี่มันพล๊อตหนังผีชัดๆ
เด็ก 2 คน เดฟฟ้าคนนึง เดฟ ชมพุคนหนึ่ง เริ่มกลัว และกำลังเดินทำหน้าตาโง่ๆ อยู่ตรงปากทางเข้าดอนโดน้น
มีรถคันหนึ่ง เป็นรถกระบะหลังคาเหล็ก ขับออกมา จอดตรงที่เรา 2 คนยืนอยู่
และเปิดกระจก ถามว่า จะมาพักคอนโด ใช่ไหมคะ พี่ขับไปดูแล้วมีนน่ากลัวอ่ะค่ะ แต่นี่พี่ก้อจะมาหาที่พักเหมือนกัน....
อะไรดลใจไม่รุ้ เรายืนคุยกันอยู่สักพัก เราจึงขอไปกับเค้าด้วย นึกในใจ เอาล่ะ เป้นไงเป็นกัน...พี่ไปไหน หนูไปด้วย....ย.ย..ย.
ด้วยความที่บ้านนอกทั้งคู่ หมายถึงคู่เรา และคู่พี่ชายพี่สาวในรถกระบะ
ทำให้เราสามรถเชื่อใจเค้าได้อย่าง 100%
ว่าพวกเค้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "คนดี"
พี่เค้าจัดของในแค๊บของรถกระบะ
ที่เล็กแต่เต็มไปด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้ชั้นและเพื่อน
ได้หย่อนก้อนลงไปนั่ง "นี่แหละที่เค้าว่าคับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก"
อีกประโยคหนึ่งคือ.."คนบางคน บนรถบางคัน" จากหนังสือ หน่อไม้
จำไม่ได้ว่าเป็นประโยคของใคร ...แต่มันช่างเข้ากับเหตุการณ์นี้เหลือเกิน
ในที่สุด เราทั้ง 4 ก้อตัดสินใจที่จะไปพักที่คอนโดนี้
เหตุผลหนึี่่งคงเพราะ พี่ตำรวจไทยเค้าแนะนำมา แสดงว่าต้องดีและที่สำคัญ
ถูกจริง เพราะตอนถาม ชั้นย้ำกับตำรวจไทยคนนั้นหลายครั้งว่า " เอาแบบ
ถูกๆอ่ะค่ะ"
ทางเข้าน่ากลัวนิดหน่อย แต่พอเข้าไปแล้วก้อน่าอยู่ดี

****
****
เรราและพีี่่อยู่กันคนละห้อง แต่อยู่ข้างๆกัน
พี่สาวคนนั้นพูดว่า " เหมือนพวกเรามาด้วยกันจิงๆ เลยนะ" ชั้นพยักหน้าแทน คำตอบที่อยู่ในใจ
ชั้นและเพื่อนได้ห้องพักในเวลา ประมาณ บางรักซอย 9 เล่นได้ไม่นาน เพราะพอชั้นเข้าห้องมาก้อเรื่มเปิดทีวีทันที
ห้องราคา 300 มีขนาดใหญ่มาก ใหญ่กว่าหอที่ชั้นอยู่อีก มีพัดลม+ทีวี
จิงๆแล้วเค้าก้อมีห้องแอร์ แต่ชั้นเห็นว่า พัดลมก้อพอเพราะว่า นี่ก้อหนาวมากแล้ว..
นอกจากห้องจะใหญ่แล้ว ในห้องน้ำยังมีอ่างอาบน้ำด้วย
แต่น่าเสียดายที่เราทั้ง2 ไม่ได้ใช้ เพราะเราไม่ได้อาบน้ำเลย
เพราะอากาศหนาวมาก (หรือว่า ซกมกกันแน่ 55)
ชั้นออกไปสำรวจนอกห้องตรงระเบียง เจอพี่ สาว +พี่ชาย ที่มาด้วยกันพอดี ได้มารู้ชื่อว่า พี่สาวชื่อใจ และพี่ชายชื่อ เขม..

มุมมองจากบนห้อง ..โคตรไกลเลย ชั้นเดินมาได้ไงเนี่ย..
พี่สาว+พี่ชายบอกว่า เค้าขออาบน่ำก่อน (สำนึกไหมนั่น ว่าเราก็ควรอาบน้ำ 55+)
ตัวชั้นเองอยากไปถ่ายรูปมากกกกกกกกก..
ประกอบกับเพื่อนหิวข้าวมาก..จึงไปบอกพี่ๆว่า "หนูขอไปก่อนนะคะ เพื่อนหิวมาก"
จึงบอกว่าเด๋วเราเดินกลับพร้อมกัน เด๋วหนูจะโทรหาพี่นะคะ ( ชิงขอเบอร์พี่เค้าตั้งแต่ตอนที่ได้ห้องแล้ว)

มื้อแรก
เราก้อเริ่มเดินจาก คอนโด ไป สะพานข้ามแม่น้ำแคว(ที่รัก)
โชว์แสงสีเสียงเริ่มต้นตอน 19.00 น. มีเวลาไม่มากนักที่จะกินข้าว
ชั้นเลือกที่จะกิน ก๋วยจั๊บ ใส่ถ้วยโฟม(ไม่ช่วยโลกเลยนะเรานี่)
เดินไปกินไป กลัวจะไม่ทันโชว์รอบแรก
สะพานแม่น้ำแคว เป็น อนุสาวรีแห่งสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ต้องแลกด้วยชีวิตเชลยศึกมามาย...
"แค่ความยิ่งใหญ่ มันทำให้คนเราเข่นฆ่ากันขนาดนี้เลยหรอ?" ประโยคนี้ผุดขึ้นในสมองนับครั้งไม่ถ้วน
ปีนี้เป็นปีที่โชว์สวยมากอีกปีหนึ่ง พร้อมกับมี เครื่องบินบังคับ
ที่ยิงพลุ ได้ บินออกมาเรียกร้องความสนใจเด็ก+ผู้ใหญ่ที่คลั่งใคล้ของเล่น
เช่นเพื่อนชั้น...










http://61.19.248.235/uploads/41b3ed1dd9.jpg
ถ้ามีเวลาพรุ่งนี้ใจจริงอยากไป สุสานสัมพันธมิตรมาก (ไม่ใช่พันธมิตรนะ)
แต่ด้วยเวลา + มาดาต้องการให้กลับในเวลาอันเร็วเพราะพ่อไม่รุ้ว่าไป..
โชว์ รอบแรกจบ เจอพี่สาว+พี่ชายพอดี เลย แชะรูป พี่ 2 คนเป็นที่ระลึกซะหน่อย
แต่ด้วยความตื่นเต้น ทำให้ไม่ได้เปิดแฟลช 555+ รูปเรยมืดไปหน่อย
ด้วยความคลั่ง ชั้นดูอีกรอบ โดยอยู่ด้านหน้าสุด คางแทบกระแทกสะพานเลยทีเดียว
หลังจากเดินหลงทางสักพัก เวลาประมาณ 23.30 เรามาเจอ พี่สาว+ พี่ชาย
เราเดินไปคุยไปซักพัก ถึงประวัติ ที่มา จุดประสงค์ของเราทั้ง 2 คู่
เราได้พบว่าเค้าเป็นพี่น้องที่น่ารักที่สุดในโลก
บางที สายใยแห่งความรัก มันก้อแทบจะมองเห็นกันด้วยตาเปล่าเลยทีเดียว
เราคุยกันไปเรื่อย..ทำให้สายใยของเราเริ่มมองเห็นด้วยหัวใจเช่นกัน...
เราเดินคุยกันจนถึงหน้าห้องที่เราพัก ชั้นกับเพื่อน ยกมือไว้ เพื่อขอบคุณ
และอำลา เพราะพรุ่งนี้อาจจะต้องจากไปแต่เช้า
เพื่อให้ทันรถไฟเที่ยวเช้า.....
หัวใจมันเหมือนถูกบีบยังไงไม่รุ้...แค่ไม่กี่ชั่วโมง กลับเหมือนกลับว่า
เค้ากลายมาเป็นเพื่อนร่วมทางที่น่ารักมากๆ
..แต่เราจะต้องจากเค้าไปแล้วหรือเนี่ย......."ในชีวิตเราจะเจอคนดีแบบนี้
บ่อยไหมนะ?" คำถามนี้ผุดขึ้นมาหัวสมอง....
6.30 น. ของวันอาทิตย์ที่ 30 ชั้น ไป เช็กเอาท์ห้อง ..ใจจริงอยากจะไปเคาะห้องเพื่อ บ๊าบ บายก่อน..แต่กลัวพี่เค้าจะไม่สะดวก..
หลังจากเดินออกจากซอยมาเจอถนนใหญ่ ชั้นก้อพอกับรถสองแถวที่ไม่รู้ไปที่ไหน บีบแตร ปี๊นๆๆ
ขาไวกว่าสมอง ชั้นรีบวิ่งไปขึ้นรถ โดยไม่รุ้ว่า รถไปไหน นั่งชิวไปสักพัก เริ่มรู้สึกว่า เราต้องรู้ ปลายทางก่อน ที่จะตกรถไฟ....
คุณลุงถามอย่างอย่างใจเย็นว่า..จะไปไหน
เราตอบกลับว่า จะไป สถานีรถไฟค่ะ...
คุณลุงพาเราทั้ง 2 ไปเกย ทีีสถานีรถไฟกาญจนบุรี ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม...
ชั้นผิดหวังนิดหน่อยที่ไม่ได้ไปถ่ายรูป สะพานข้ามแม่น้ำแควในตอนเช้า แต่ก้อยังดีกว่าตกรถไฟรอบเช้า...
เราไปขอตั๋วรถไฟอีกครั้ง คราวนี้ลง ที่ นครปฐม จะได้ไปบ้านเลย.



***
9.18 น. ถึงนครปฐม...

เช้า+ หนาวเอามากๆๆ นึกในใจ ถึงคำตอบที่พี่สาวถามเมื่อคืนว่า
ที่บ้านเราหนาวไป เราตอบว่า โหว ไม่หนาวเลย ร้อนซะอีก ....นั่นมันผิดชัดๆ
เรามีเวลาอีกประมาณ 2 ชม. จึงบอกเพื่อนว่าเราไปถ่ายรูป องค์พระยามเช้าจะดีกว่า...
บางที ความรู้สึก บางอย่างไม่สามารถบรรยายด้วยตัวอักษร
แต่มันจะยังอยู่ในหัวใจเราไปอีกนาน....

รอสับราง

ป้าเก๊ก

ลุงดื่ม 40 ดีกรี
ปล.ลุงบนรถไฟ ขากลับ เป็นอะไรไม่รู้ แก ชอบยื่ยหน้าออกหน้าต่าง แล้วพูดว่า "หก" ทุกครั้ง จนชั้นคิดว่า ลุงเค้าเรอหรือ อะไร ฮ่า...
ปล.2 ลุงอีกคนที่นั่งข้างๆ ลุงคนข้างบน แอบเหล่รองเท้าคอนเวิส สีเหลือง ชั้นเป็นประจำสงสัยอยากได้ ฮ่าๆๆ
ปล.3 ขอบคุณ แม่ที่ไว้ใจ ให้ชั้นได้ก้าวสู่โลกกว้างด้วยขาตัวเอง...
ปล.4 ขอบคุณที่แม่ไม่บอกพ่อ
ปล.5 ขอบคุณ เหรียญ ที่หย่อนใส่กระป๋องของ คนตาบอด และป้าที่ขาพิการ ที่ทำให้คำขอของชั้นเป็นจริง...
ปล.6 ขอบคุณ เพื่อน(ที่เชื่อใจชั้น)
พี่แท็ก(ซี่)(ที่อุตส่าพาไปทันเวลา) คุณลุงที่ให้ตั๋วรถไฟฟรี(ไม่ดิ จิงๆ
ต้องขอบคุณรัฐบาล) ขอบคุณตำรวจไทย ขอบคุณพี่สาว+พี่ชายที่ทำให้
ชั้นได้พบว่า คนไทย น่ารัก+ใจดี จริงๆ
และขอบคุณทุกคนที่ปรากฏอยุ่บนภาพถ่ายของชั้นทุกคน ...
รวมทั้งขอบคุณเชลยศึกทุกคนที่เสียสละเพื่อมิตรภาพทีี่่น่าจดจำ
"หากเราเอื้อเฟ้อกับคนอื่น คนอื่นก้อจะเอื้อเฟ้อแก่เรา ไปไหน ก็มีแต่คนที่ใจดี" แมู่พูดประโยคนี้เมื่อเช้า...
ข้อความถึง คุณพี่เขม และ พี่ใจ
ใครจะไปรู้ว่าการเดินทางไกลครั้งแรกของเด้ก 2 คน จะน่าจดจำขนาดนี้ ขอบคุณสำหรับมิตรภาพดีๆที่มีให้กันนะคะ ^-^ โชคดีนะคะคุรพี่ทั้งสอง/จอย+โด
ข้อความถึง น้องจอย และน้องโด
ขอบใจนะจ๊ะ พี่ก้ขอให้น้องเรียนเก่งๆนะ จากพี่สาวและพี่ชาย ใจ & เขม
ทำไมสะพานถึงมีหัวใจ
ทำไมผู้ร่วมทางถึงน่าจดจำขนาดนี้
ทำไมเวลาดีๆ ผ่านไปเร็วนัก
แต่อย่างน้อย ทริปนี้ก้อทำให้ฉันรู้ว่า ทำไม ฝรั่งถึงชอบมาเมืองไทย
เมืองที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างแท้จริง
edit @ 1 Dec 2008 21:11:02 by คุณหนูแดง
ทำไมต้องเรียกรถดูดส้วม ทำไมไม่เรียกรถดูดขี้ หรือรถกินขี้ ???
แค่ได้ยินก้อฮาแล้ว 555+
แต่หากใครยังไม่เคยน่าตารถดูดส้วม(จะมีไหมเนี่ย ) น่าตาเป็นยังงี้
ทำไมต้องเรียกรถดูดส้วม???.....มันมาดูดขี้ชัดๆ
บักแสงจากเอนทรี่แรก น่าตาจำลองเป็นอย่างงี้.....
บังเกิดความสงกะสัยขึ้นมาหลังจากเหตุการนี้เกิดขึ้น
ณ ถนน สายหนึ่งในหมู่บ้าน หนองอีเกื้อบ....
บักแสงกับลังขี่จักรยาน ลั้ลลา ด้วยความหนุกหนานพร้อมเพื่อนอีกหลายคน
พลันทันใดนั้นมีรถสวนมา ..แน่นอน มันคือรถดูดส้วม....ส้วม....ม.ม.ม.ม.ม..ม.
บุคคลภายในรถดุดส้วม: ดูดส้วมหม๊ายยยยยค๊าบบบบบบบพี่น้อง น้อง.....น้อง......ง.ง.ง..ง.ง(นึกภาพเอาว่า มีคนยื่นหน้าออกมานอกรถพร้อมมือโบอกขี้นลงช้าๆ ....ถ้านึกไม่ออกให้นึกถึงตอนคอนเสิร์ตนักร้องดังสักคน..เอ้า..ขอมือหน่อย)
บักแสง : ว๊อดซับแม๋นนน น่าตูเหมือนส้วมเต็มหรอว้าเนี่ย
เพื่อน1: เขาเห็นน่าแกแล้วนึกถึงส้วมรึป่าว
เพื่อน2:กุว่าเขานึกถึงขี้มากกว่า ฮ่าๆๆ
บักแสง : (ระหว่างที่ 2 คนนี้กำลังสนทนาเสียดสีล้อเลียน บักแสงรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังจะบรรลุวิชาดูหลำขั้นที่ 3 ทำไม......ทำไม...........ต้องเรียกอีรถกระป๋องนั้นว่ารถดูดส้วม....
ดูด หมายถึงการะใช้แรงดัน ดูดบางสิ่งบางอย่าง จากที่หนึ่ง ไปอีกที่หนึ่ง โดยมักมีพาชนะตัวกลางสำหรับเคลื่อนย้าย
สมติว่าเรากินน้ำ ก้อ หลอด ( น้ำ หลอด ปาก )
สูบน้ำ ก้อ ท่อสูบน้ำ (แว๊กจะมีคนรุ้จักไหมเนี่ย )
ส้วม หมายถึง มุมสุดถวิลที่เอาไว้ขับถ่าย หากได้เข้าห้องนี้จะมีอารมสุขสมอารมหมาย(เฮ้ยย คิดไปไกลและ) คือการไปปลดปล่อยของเสีย ไม่สิ ของดี ที่เรากินเข้าไป ส้วมมีหลายแบบ
ส้วมหงอย...แว๊ก ฮาครืน "ส้วมซึม" เท่ากับ ส้วมที่ตั้งถังซีเมนต์ซ้อนกันลงไปในดินหลาย ๆ ถังมีหัวส้วมสำหรับนั่งถ่ายอยู่เหนือถังบนสุด เมื่อถ่ายแล้วต้องราดน้ำเพื่อชำระสิ่งที่ถ่ายให้ลงสู่ถังส้วมแล้วซึมหายไปใน ดิน.
เพื่อน :โอ้วโห บักแสง โคตรความรู้เลยว่ะ
น่าตาส้วมหงอย (แน่ะ..ยังจะเล่น) เป็นยังงี้
(ใครเสือกไปแดกไข่ดาวไว้วะ)
ชักโครก ...น่าตาเป็นแบบนี้ ..
จะกล้าขี้ไหมนี่
ส่วนชักโครก นั้น บักแสงคิดว่า มันน่าจจะมาจากการที่คนไทย พา สา อัง กิด ไม่ แขง แรง (toilet seat น่าจะใช่นะ 55+)
จะไปเรียกตามฝรั่งมะนก้อยาก คนไทยหลายคนก้อบ่อนมามันเสียงดัง ดั๊ง ดัง น่าอายจัง เขาก้อรุ้ดิว่าเราขี้
ดัง โครก...............โครกกกกกกกก
แถมเวลาจะให้ชักต้องไปกดที่ไอ้แท่งๆ ซัมติง ไอ้แท่งๆนี้มันจะเชื่อมโยงกับลูกบอลวัดระดับน้ำภายใน
น่าน คนไทยเกิดการบรรลุ........ ชักดังโครกกกกก
ไทย1 :เอ้ย บ้านมึงเปลี่ยนจากส้วม ซึมมาเป็น ชักดังโครก หรือยังวะ
ชักดังโครกกกกกกกกกกกก
ชักดังโครกกกกกก
ชักดังโครกก
ชักดังโครก
ชักโครก
คนไทยรู้จักปรับปรุงเสมอ ปัจจุบันกลายมาเป็นชักโครก
ซัมบอดี้: เฮ้ย นี่มันเรื่องรถดูดส้วมหรือ ชักโครกวะ
แดงน้อย - แหม ก้อมันอยู่ในเครือเดียวกัน(เถือก)
สาระเกี่ยวชักดังโครกกกก
ความคิดเกี่ยวกับส้วมชักโครกมีมาถึง ๔,๐๐๐ ปีแล้ว แต่ที่ปรากฏเป็นรูปร่างจริง ๆ นั้น เซอร์ จอห์น ฮาริงตัน ได้คิดขึ้นถวายสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย พระบรมราชินีนาถแห่งอังกฤษ ในปี ค.ศ. ๑๕๙๖ เพื่อเป็นการเอาพระทัยพระราชินี หลังจากที่เขาถูกพระองค์ขับไล่ออกจากราชสำนัก เนื่องจากเผยแพร่นิยายอิตาลีที่มีเนื้อหารุนแรงเกินไป
ส้วมชักโครกของฮาริงตันนั้น มีความซับช้อนหลายประการ เช่น มีที่พักน้ำอยู่ตอนบน มีที่กดชักโครกด้วยมือ และมีท่อระบายของเสียไปยังที่เก็บของเสีย แต่หลังจากที่ได้ถวายส้วมแด่พระราชินีแล้ว ฮาริงตันได้ทำสิ่งที่ไม่ฉลาดอย่างยิ่ง คือเขียนหนังสือเกี่ยวกับส้วมของพระราชินีเผยแพร่ แทนที่พระราชินีจะทรงเห็นขัน กลับพิโรธอย่างมาก จนถึงกับขับไล่ฮาริงตันออกจากราชสำนักอีกครั้งหนึ่ง เรื่องส้วมของฮาริงตันจึงกลายเป็นเรื่องตลกของยุค ทำให้ไม่มีใครใช้ส้วมชักโครกนี้อีก
ต่อมาในปี ค.ศ. ๑๗๗๕ นักคณิตศาสตร์และช่างทำนาฬิกาชาวอังกฤษ ชื่ออเล็กซานเดอร์ คัมมิ่ง ได้ประดิษฐ์ส้วมชักโครกอีกแบบหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเด่นที่อาจถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติส้วมชักโครกทีเดียวกล่าวคือ ส้วมของฮาริงตันและคนอื่น ๆ นั้น มีท่อต่อโดยตรงจากโถส้วมถึงที่เก็บของเสีย ทำให้มีกลิ่นไม่สะอาดโชยมารบกวนผู้ใช้ ส่วนส้วมของคัมมิ่งนั้น ท่อใต้ส้วมโค้งไปด้านหลังและมีน้ำคั่นอยู่ระหว่างโถส้วมกับที่เก็บของเสีย เพื่อกันกลิ่นไม่สะอาดทั้งหลาย ความคิดนี้ถูกนำไปประยุกต์ใช้กับส้วมชักโครกสมัยใหม่ทุกแบบ
หลังจากนั้น ส้วมชักโครกต้องใช้เวลาถึง ๑๐๐ ปีจึงจะเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป และสามารถเข้าแทนที่กระโถนและส้วมซึมได้อย่างแท้จริง
ใช้กันล่วงเลยมาจนบัดดนี้
ปันหาก้อคือ ไอ้ตรงนี้...
สนานที่พักฟื้นขี้ หรือ รองส้วม (ไอ้วงๆๆ ซีเมนต์ เขาเรียกว่ารอง)
หลังจากที่พวกเรากินไป ก้อ ขี้ไป...ขี้ไป....ขี้ปาย..................
มันก้อเหมือนเราหยอดกระปุกอ่ะ มันก้อต้องเต็ม(เปรียบเทียบน่ารักเกิ๊น)
เมื่อ...เต็ม จะ เกิด ปฏิ กิริยาที่เรียกว่า ปฏิกิริยาโวลทาเร็น อีมัลเจล ท่านจะหมักตัวอยู่ในห้องน้ำนานผิดปกติ เนื่องจาก อุนจิของท่านยังเต้นบัลเล่ห์ ลั้ลลา กันอยู่เต็มคอห่าน(หากเป็นส้วมซึม) ชักดังโครก้อเช่นกัน แต่เอฟเฟกซ์จะน้อยกว่า ท่านจะต้องรอจนกว่าจะกำจัดนักบัลเลย์ชุดเหลืองทั้งหมดลงจากเวทีได้ก่อน.........ต้องเปิดสมุดหน้าเหลืองกันหน่อยแล้วว
หลังจากส้วมเต็ม รถดุดส้วมกลายเป็นฮีโร่
"ข้าพร้อมที่จะผจญกับ..ขี้แล้ว " (ไอดอลใคร ข้อน้อย ขอโทษด้วย)
เขาจะพร้อมสายยางขนาดยักษ์ยาวแบบอินฟินิตตี้...
เอามาแหย่ ใน รองส้วมของเรา...
แล้วก้อฉึกฉัก ฉึกฉัก........
นักบัลเลย์ชุดเหลืองก้อพร้อมใจ แล่นรถไปฟู๊น ปู๊น ไปกับซุเปอร์ฮีโร่ อย่างพร้อม เพรียง แหม..น่ารักจิงๆ.(จิงหรอ)
เอะ ลืมไปแล้วอ่ะ เราจะมา ไขปัญหาชื่อรถดุดส้วมนี่หว่า (ฮ่าๆๆๆ)
เดิมที่ อีรถคันนี้มันยังไม่มีชื่อเรียก
ก้อเรียกกันตามฐานะ ความถนัด
จะไปเรียกรถดุดขี้ก้อจะน่าเกลียด(ทั้งที่ก้อขี้ตัวเอง) รถ
คนธรรมดา -รถดูด(รถดูดเฉยๆ ก้อมันมีดูดเดียวอ่ะ )
-รถดูดส้วม รถดูดอึ
ส่วนพวกที่นิยม ทำผมทรงบิลลาบอง(เพิงหมาแหงน ตีฟูรังนก ทรงรับมงกุฎ) - รถดูดอุจจาระ (โหว กาแด๊ะ ชิหา เลย) หรือจะเรียกว่า "นี่สมชาย(คนรับใช้ผู้ชาย) เธอช่วยไปดูห้องน้ำทีนะ" (ก้อสั่งขี้ข้าไปเล๊ย จบเรื่อง ไปต้องมาดูดขี้ ดูดส้วม)
บักแสงเริ่มค้นพบ ว่า แท้จริงแล้ว รถดุดส้วม มาจาก คำว่า "รถดูดสวม"
เพราะต้องเอาสายยางยักษ์ไป "สวม" ต่อกับท่อที่ตัวรถถัง(ขี้)
รถดูดสวม
รถดูดสวม
รถดูดสวม
รถดูดสวม
รถดุดส้วม
บอกแล้วคนไทยประยุกต์เก่ง นำไปโยงกับคำว่าส้วมซึ่งเอาไว้ขี้
แท่น.....แท๊นนนนนนนนนน
รถดูดส้วมจึงบังเกิดในประเทศไทยอย่างสมบูรณ์
แถม ส้วมใครเนี่ยคลาสสิคจิงๆๆ อารมขี้ไปดูดาวไป หากพายุมาอาจต้องรีบหน่อย เด๋วข้างฝาจะพัง
ลองโทรหาเราซิครับ หากโทรมาภายในสิบนาทีนี้ ดูด 2 แถม 1 คับ
พี่คนนนี้เค้ากำลังเท่จัดๆๆ ทำอารมณ์ซึ้งบนรถดูดส้วม แม่ง....โคตรเท่เลยล่ะ ให้ตายสิจ๊อดดดดดดดดด....
ปล. 1 ตำนานรถดูดส้วมเป็นแค่เรื่องที่โม้ขึ้นเท่านั้น
ปล. 2 ตำนานชักโครก ที่ ตัวสีฟ้า เป็นของจริง แอนด์ คำแปล ส้วมซึม เป็นของจริง
ปล. 3เบอร์โทร นั้น สามารถรับดูดส้วมได้จริงหรือไม่คงต้องลองดุ เพราเจอมาในเน็ต แต่หากส้วมเต็มจิง สมุดหน้าเหลืองดีกว่านะคร๊าาา
ปล. 4 ขอโทษด้วยหากไปล่วงล้ำอธิปไตยใคร 55+
ปล. 5 ไปกินขี้..เอ๊ย กินข้าวก่อน คุยเรื่องขี้จนหลอน ฟิ้ววววววว...
edit @ 20 Nov 2008 13:39:41 by คุณหนูแดง
ที่มา : http://www.siamzone.com/board/view.php?sid=707622&viewall=1
หัวข้อสนทนา : อยากรุ้มะ ว่าทำไม... (ดารานักร้องเอเชีย)
|
~_แดงน้อย_~
![]() เลขที่ : 160778 |
|
||
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
อยากหาอะไรทำนอกจากอ่านกระทู้? เล่นเกมส์กัน / อ่านเรื่องย่อหนังใหม่
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
แก้ไขล่าสุด 19 พ.ย. 51 - 18:07
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
แก้ไขล่าสุด 19 พ.ย. 51 - 18:26
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
แก้ไขล่าสุด 19 พ.ย. 51 - 18:31
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
แก้ไขล่าสุด 19 พ.ย. 51 - 18:38
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
แก้ไขล่าสุด 19 พ.ย. 51 - 18:36
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
แก้ไขล่าสุด 19 พ.ย. 51 - 19:49
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
แก้ไขล่าสุด 19 พ.ย. 51 - 19:53
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
แก้ไขล่าสุด 19 พ.ย. 51 - 19:56
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
เลขไอพี: ไม่แสดง
|
หลายคนมีความอยากรู้เรื่องราวต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ข้อความในนี้คงจะเป็นส่วนหนึ่งที่แดงน้อยจะเอาเขียนกร๊าก
แว๊กกก.....แล้วนี่ชั้นมาบอกทำไม
แต่ จิงๆ แค่อยากให้อ่าน ความสงสัยใกล้ๆตัวนี่ บางทีมันก้อน่าค้นหานะ คุยกันจนกระทู้ฮอต ฮะฮ่าๆ จิงๆๆแล้วอิชั้นแอบเนียนคุยไปงั้น ทีเรยกะเอาให้ได้สัก 20 เม้น ได้ไม่อายเวลาเอามาอวด 555+
แต่ บักแสง จากเอนทรี่ ที่ผ่านมา มากระซิบบอกว่า น่าจะ 20+ เม้น น่าจะชัวร์กว่า
ดังนั้นด้วยความติดลม 99 เม้น ได้ไงเนี่ย ปลื้มมมมมมมมมจิงๆๆ
ที่น่าสนใจอิชั้นได้เลือกเอาไว้ในใจแล้วไม่บอกหรอก
เอะ...บอกว่าไม่บอกไง ฮ่า.....
เอาไว้บอกเอนทรี่ หน้า อิอิ
เอนทรีนี้ขอจบด้วย
why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why
why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why
why why why why why why why why why why why why why why why why why why
why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why
why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why
why why why why why why why why why why why why why why why why why why w why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why why
WHY
ประเดิม...อิอิ
อันนี้จะทำในสโลแกน ทำทำไม ใจจิง อยาก จะทำให้ทุกเอนทรี่ตอบคำถามที่ว่า ทำทำไม
เก๋ฉิบหายเลยยยยยยยย
แต่จะมีปัญญาทำไหม
เมื่อวานนี้ได้ยินรุ่นพี่บอกว่า ทำไม ปลาร้าเป็นที่นิยมในภาคอิสาน
....น่าเจ้แกแบบอยากกินมากกกก
ปลาร้า หรือ ปลาแดก ในภาษาอีสาน เป็นอาหารท้องถิ่นภาคอีสาน ของไทย และ ลาว รวมถึง บางส่วนของเวียดนาม โดยมักทำจากปลาน้ำจืดขนาดเล็ก เช่น ปลาสร้อยขาว ปลากระดี่มาหมักกับรำข้าวและเกลือ แล้วบรรจุใส่ไห โดยทั่วไปจะหมักไว้ 7-8 เดือน และนำมารับประทานได้ หรือ นำไปปรุงอาหารอย่างอื่น เช่น ส้มตำ เป็นต้น โดยส้มตำที่ใส่ปลาร้านั้นจะเรียกว่า ส้มตำลาว หรือ ส้มตำปลาร้า โดยในบางที่มีค่านิยมว่า หมักให้เกิดหนอนจะยิ่งเพิ่มรสชาติยิ่งขึ้น
จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า ปลาร้า เป็นอาหารของวัฒนธรรมอีสานมานานกว่า 4,000 ปีแล้ว โดยพบวัสดุที่คล้ายกับไหหมักปลาร้า
ปัจจุบัน การทำปลาร้าได้พัฒนาขึ้นไปสู่ระดับสากลมากขึ้น มีปลาร้าพาสเจอร์ไรซ์ เพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนด้วย หรือ ปลาร้าอนามัย แต่ส่วนใหญ่ ปลาร้าก็ยังนิยมทำแบบเดิม โดยตักขายตามน้ำหนักตามตลาดสดต่าง ๆ
.........ทำไม ปลาร้าเป็นที่นิยมในภาคอิสาน
ลองนึกถึงหน้าแล้งของภาคอิสาน น้ำก้อแห้ง ดินแตกระแหง
ทำนาก้อไม่ได้ น้ำไม่มี
ดังนั้นเมื่อน้ำแห้ง แล้วปลาไปอยู่ที่ไหน???
เมื่อปลา อาหารหลักหายไปแล้วเขากินอะไรกัน
ซัมบอดี้:ร้านป้าต้อยคาราโอเกะไง
อิชั้น : ในสมัยก่อนเด๊ มันมีเจ้ต้อยโอเกะที่ไหนเล่า
ต่อๆๆ ในน้ำมีปลา ใน นามีข้าว แต่ ไม่มี น้ำ ก้อไม่มีปลา ข้าวยิ่งไม่ต้องพูดถึง
พอเป้นงี้ทุกปี....
ทุกปี.....
หน้าแล้งทีไร แย้ กะปอม แทบจะสูญพันธ์เลยทีเดียว
วันนี้...........แย้+ข้าวเหนียว
พรุ่งนี้.......กะปอม+ข้าวเหนียว
มะเรื่อง......กะแย้(ตัวไรวะ)+ข้าวเหนี่ยว
เริ่มอดอยากๆๆ.....
แต่สถานการณ์มักสร้างวีระบุรุส (ตั้งใจ ไม่ใช่วีรบุรุษนะ)
บักแสง(ใครวะ สมติว่าน่าตาเป็นแบบนี้------>
)
หมู่เฮาจักต้องทำอาไรบางอย่าง...อย่างๆๆๆ ....ง ง ง ง ง ง.....(เสียงแอ๊คโค่)
บักแสง ปิ๊งไอเดีย เราจักต้อง ถนอมอาหารไว้ ไว้..ว.ว..ว.ว.ว.ว.(เสียงแอ๊คโค่)
ซัมบอดี้: เออ ไม มึงไม่แช่ตู้เย็นตั้งแต่แรกวะ ก้อจบและ
อิชั้น : สมัยก่อน ไฟยังไม่เข้าถึงเล๊ยยยยย
เมื่อถึงหน้าน้ำ บักแสงเริ่มหา ปลาๆๆ หาปลา...........................
แต่เฮ้ย เราจะเก็บยังไงดีวะ ...นึกๆๆ
ใส่ไห....ใช่แล้วไหๆๆ ไปยืม แม่มาใส่ก่อน ใส่เอาไว้ จะได้เก็บได้นานๆๆ แหม เอานี่ฉลาดจิงๆๆ ฮุวะฮะ ฮ่า.....
จับปลายัดใส่ไห.........
ต้องปิดไหด้วยเว้ย เว้ย คล้ายๆ ดองมะนาว (มะนาวดองนั่นเอง)
...
หลายเดือนผ่านไป..............
บักแสงเองก้อลืมไปแล้วว่าเอาปลาใส่ไหเก้บไว้
เมื่อหน้าแล้งมาถึง
เหลือนหนังฉายใหม่อีกรอบ
ดินแริ่มแตก น้ำเริ่มแห้ง....แห้ง.............
ใบหน้าจำลองแม่บักแสง------>
วันหนึ่ง บักแสง ก้อกำลังเหล่า ตอก(ไม้ไผ่สำหรับจักสาน) อยุ่บนแคร่(โต๊ะที่เอาไว้นั่ง)
แม่บักแสง :บักแสงเอ๊ยแม่ได้กลิ่นซัมติง ห๊อม.....หอม (ไทยซับไตเติล)
บักแสง : แม่หิวหรือเปล่า ประสาทสัมผัสจึงทำงานผิดปกติ
แม่บักแสง : แต่แม่ว่าได้กลินมาจากหลังเรือน
บักแสงเดินไปด้วยความสงสัย...
แล้วก้อเกิดการบรรลุอรหันต์ขึ้นมาในทันใด
โอ้ว............มายไห....
กลิ่นมาจากไหของช้านนนนน
ด้วยกลิ่นที่ยั่วยวนใจดุจนางแบบสาวชุดว่ายน้ำทำให้บักแสง เปิดไห และทดลองชิม
โอ้วววววววววว
มานช่าง..............
อร่อยเหลือเกิน
แม่บักแสง-นั่นมันไหเกลือของแม่นี่ เจ้าใส่อะไรลงไป
บักแสง-ปลา ลองชิมเด๊ แม่
แม่บักแสง-โอ้ว ซาร่า มันกล้วยทอดมากเลยจ๊อด
...
ณ วินาทีต่อมา บักแสงบรรลุอีกขั้นหนึ่ง ถือว่าเป็นวิชาดุหลำขั้นที่ 2
ปลา+เกลือ --->ปลา...เอะ จะเรียกมันว่าอะไรดี เอะ...อะไรดีน้า.......
ตอนนี้เราหาปลาไม่ได้ หาจนล้าก้อไม่ได้ ปิ๊ง..............
ปลาร้า
ซัมบอดี้-นั่นมัน ล้า งี้นิ
อิชั้น-เออน่ะ เขาภาษาไทยไม่แข็งแรง
...
.....
.........
....
..
แท่นแท๊น............
ตั้งแต่บัดนั้นมา ปลาร้าก้อถือกำเนิดบนแผ่นดินอิสาน...สาน...น.น.น..น....
เนื่องจากคนอิสานชอบทานข้างคั่ว ภายหลังจึงมีผู้แอ๊พพลาย เติม ข้าวคั่วลงไปเพิ่มกลิน
รำ เพิ่มสีสัน และ เม้ดกระถิน ลดการเกิดสิ่งมีชีวิตที่ไม่ต้องการ
จากบ้านบักแสงสู่เพื่อนบ้าน เพื่อนบ้าน สู่ เพื่อนอีกบ้าน
หมู่บ้านสู่อีกหมุ่บ้าน
ตำบลสู่อำเภอ..จังหวัด..ภูมิภาค...ประเทศ
ณ ตรงนี้ คงไม่มีใครรุ้จักปลาร้าแล้วนะ
ถ้าไม่ได้บักแสงนี่แย่เลย
....~ หากไม่มีบักแสงวันนั้น คง ไม่มี ปาร้า ในวันนี้~ ....
อิชั้น: เจ้ต้อย ตำปูปลาร้าครกนึง
ซัมบอดี้ :เอาเผ็ดๆด้วยนะเจ้
อิชั้น:เอ้า มึงยังมาแจมกับกุอีก หาร 2 นะเว้ย อะเมริกันแชร์
ซัมบอดี้:งกว่ะ เออ เจ้ต้อย ขอเป็นต่อนๆ เลยนะ
ความรู้หน่อย....
| สารอาหารในปลาร้า | เนื้อปลาร้า | น้ำปลาร้า |
|---|---|---|
|
คาร์โบไฮเดรท (กรัม) ไขมัน (กรัม) โปรตีน (กรัม) พลังงาน (กิโลแคลอรี่) |
1.75 6.0 14.5 117.5 |
0.0 0.6 3.2 18.2 |
| วิตามินและแร่ธาตุในปลาร้า | เนื้อปลาร้า | น้ำปลาร้า |
|
วิตามิน เอ (หน่วยสากล) วิตามิน บี 1 (มิลลิกรัม) วิตามิน บี 2 (มิลลิกรัม) ไนอาซีน (มิลลิกรัม) แคลเซี่ยม (มิลลิกรัม) ฟอสฟอรัส (มิลลิกรัม) เหล็ก (มิลลิกรัม) |
195.0 0.02 0.16 0.60 939.55 648.2 4.25 |
0.0 0.0 0.0 0.0 76.5 42.5 0.0 |
| ผลิตภัณฑ์ | โปรตีน | ไขมัน | แคลเซี่ยม | ฟอสฟอรัส |
|---|---|---|---|---|
|
ปลาร้า - ปลาช่อน - ปลาหมอ - ปลากระดี่ |
17.95 11.00 11.85 |
06.62 05.40 3.612 |
- 3.75 2.60 |
- 6.24 7.11 |
| ปลาเจ่า | 16.66 | 30.03 | 1.29 | 4.07 |
| ปลาจ่อม | 15.03 | 8.01 | 2.13 | 2.99 |
| ปลาส้มฟัก | 14.85 | 3.25 | 1.73 | 4.29 |
|
น้ำปลา - ปลาไส้ตัน - ปลาหลังเขียว - ปลาทูแขก |
2.12 2.02 1.96 |
0.76 4.66 4.31 |
0.53 - 1.22 |
107.30 - 0.405 |
|
กะปิ - เคย - ปลา |
25.84 22.25 |
1.78 2.11 |
- 3.72 |
- 0.27 |
ที่มา : กองอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ
ปลาร้านอกจากจะอร่อยแล้ว ยังคงคุรค่าทางอาหารด้วยนะ บักแสง คอนเฟิม!!!!! ...
* ปล. 1 อิชั้นมิได้นิยมปลาร้าแต่อย่างใด แต่ก้อพอกินได้
ปล. 2 ตำนานปลาร้า มิได้เป็นความจริงแต่อย่างใด แต่่วิธีการทำ เป็นของจริง
ปล. 3 เรื่องนี้เขียนโดยความคิดเห็นส่วนตัว และคำนึงถึงเหตุผล ในเรื่องการถนอนอาหารของคนในสมัยก่อน
ปล. 4 อ่าน แล้ว เม้น ไม้เม้น ขี้แตก 3 วัน
