การเดินทางบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยหัวใจ


ต้องเท้าความถึงเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ก่อน


พฤหัส ที่  27 พ.ย.

หลังจาก ที่ พธฒ.บุกยึด สนามบิน ทำให้ งานแถลงข่าวถูกงดไป และงานคอนก้อถูกเลื่อนไปในที่สุด


ศุกร์ ที่ 28  พ.ย.  (งานแถลงข่าว)

ทำไงดีล่ะ  เพื่อนก้อดันลางานมาเพื่องานนี้ตั้ง 3 วัน (พฤหัส ศุกร์ เสาร์ แถมอาทิตย์อีก) **เราจะให้เพื่อๆมามานั่งๆนอนๆ กินน้ำไฟ ห้องเราก้อจะใช่ที่  ต้องวางแผนใหม่ซะแล้ว

เริ่มจาก  วันศุกร์  ไป สยามย้อมใจก่อน  ประหนึ่งว่าไปงานแถลงข่าวมาจิงๆ


นอกจากชั้นและเพื่อนแล้วยังมีหญิงสาว อีก สองล้านแปดแสนห้าหมื่อนสองพันเจ็ดร้อยห้าสิบเก้าคนถ้วน ที่พากัน แห่...มาถ่ายรูปย้อมใจเช่นเดียวกัน



ช่วงบ่ายไปสนามหลวง ชมพระเมรุที่สวยที่สุดในโลกซะหน่อย ถือว่าไม่เสียเวลาเปล่า






คนช่างเยอะแยะมากมายก่ายกองมากมายล้นเหลือสุดคณานับมากๆ
หมดไปแล้วหนึ่งวัน.....

แล้ววันเสาร์ ที่ 29 (คอน) ล่ะ จะไปไหน

ในหัวไม่มีที่ท่องเที่ยวที่อื่นเลย....นอกจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว....

อยากไป  ..แต่ไม่อยากนั่งรถไป ก้อสะพานข้ามแม่น้ำแคว มันเป็นสะพานรถไฟนี่นา  จะไปรถยนต์ทำแป๊ะอาไร เล่า...



นั่งรถไฟไป....ยังไง?..

หลังจากปรึกษาอาจารย์กุ๊กลี(Goog Lee= Google)


เป็นอันว่าเราต้องไป ขึ้นที่สถานีรถไฟธนบุรี(บางกอกน้อย)

โอ้เค๋..ตกลงตามนี้...

11.30 น.ของวันเสาร์ ที่ 30 พ.ย. ชั้นและเพื่อนเริ่มออกเดินทาง  โดยเป้าหมายอยู่ที่สถานีรถไฟธนบุรี เวลา 13.35 น.

12.30 น. ถึง อนุสาวรีชัยสมรภูมิ  ไม่เราเดินทางกันได้ช้าขนาดนี้เนี่ย  โอ้วว..ไม่ทันแน่ ถ้านั่งรถเมล์  เอาล่ะ  มือไวกว่าสมอง  ยกแขนทำมุมขนานกับพื้นโลกพร้อมกับแกว่งนิ้วทั้ง 4 ขึ้นลง เพื่อเรียกรถแท็กซี่.... (เอาล่ะ ถ้าแกไปถูกชั้นก้อไปกับแกล่ะ)

ชั้น:ไปสถานีรถไฟธนบุรีค่ะ
พี่แท๊ก(ซี่):บางกอกน้อย
ชั้น:นั่นแหละค่า


ว้าว  โชคเริ่มเข้าข้างที่เจอแท็กซี่ที่ไม่งอแง  55+

แต่พอเลี้ยวรถออกจากอนุสาวรีเท่านั้นแหละ  อุแม่จ้าว!!!!!!!!!  รถทำไมมันช่างติดขนาดนี้....


ชั้น : อีก 50 นาที จะไปถึงสถานีรถไฟไหมคะ?
พี่แท็ก(ซี่): โหว คงเป็นชั่วโมงแหละ


แว๊กกกกกกกกก....เป็นชั่วโมง  เป็นลมค่า...

หลังจากไต่สวนกันกับพี่แท็กซี่ พี่เค้าก้อใจดี(มากกกกกกกกก)  พาเราไปทางซิกแซก หลบรถติดกันสุดฤทธิ์  เพื่อให้ทันรถไป รอบ 13.35  ไม่ใช่อะไร มันมีรอบนี้รอบสุดท้ายแล้ว


ชั้น คิดในใจ  ไม่ทัน ก้อไปรถทัวร์และกัน..T*T


13.27 น. เหยียบ ชานชาลา สถานีรถไฟ ธนบุรี  ต้องขอบคุณพี่แท็ก มากที่พามาทันเวลา  แต่หลังจาก  ไปซื้อตั๋ว  (ใช้คำว่าขอดีกว่า เพราะตั๋วฟรี)  ก้อพบว่า  เวลา 13.55 ไม่ใช่ 13.35 ดังที่เราดูไว้  แอบดีใจที่ยังเหลือเวลาเตรียมตัวอีกหลายนาที 







ตั๋วแบบฟรีๆ...



ขบวนที่ขึ้น




นั่งฟรี..





เพื่อนพร้อม..


13.55 ตรงแป๊ะ  รถไฟออกจากชานชาลา  "ชั้นรักเธอธนบุรี"  แม้มันไม่มีความหมาย แต่ชั้นอยากตะโกนคำนี้เอามากๆ



บรรยากาศภายในมายโบกี้

****


หลังจากเก็บภาพได้ไม่นาน ผลของยาแกเมารถเริ่มออกฤทธิ์  หลับยาว จนถึงนครปฐม เพื่อนดันเรียกบอกว่าถึงนครถมแล้ว นึกในใจ "เวง เรียกกรุไมว้าา" 


หลับต่ออีก 55 ยาเค้าแรงจิงๆ

ถึงสถานี กาญจนบุรีแล้วอีกไม่นานก้อคงถึง ปลายทางนั่นคือ สะพานข้ามแม่น้ำแคว หรอ  สถานี สะพานแควใหญ่นั่นเอง






***

หลังจากก้าวเท้าที่ใส่คอนเวิส สีเหลือแบบกะแหล่งมาก พร้อมเดฟสีชมพูลงจากรถไฟ...
"นี่เป็นการเดินทางไกลครั้งแรก..ที่ไม่ได้มากับแม่ พร้อมกับภาระที่ต้องดูแลเพื่อนอีกคน"
หลายคนอาจจะงงว่าชั้นอายุเท่าไหร่  ก้อ แค่ เพิ่งจะ 20 หยกๆ นี่แหละ  การเดินทางไปต่างจังหวัดคนเดียว เป็นสิ่งที่พ่อแม่ ไม่อยากให้ทำ  เช่นเดียวกับแม่ของชั้น...


***

ความกลัว+กังวล+หลายๆอย่างเริ่มรุมเร้า  แต่ใบหน้ายังยิ้ม เพราะัไม่อยากให้เพื่อนกลัว

หลอกกับมันว่า "ถ้าไม่มีที่นอน  คงต้องนอนสถานีรถไฟนะ** 555+" 

หลังจากเดินหาบ้านพัก บริเวณนั้น..รุ้สึกเริ่มเครียด..เข้าไปทุกที

เพราะบ้านพักถูกจองเต็มหมด


เริ่มกลัว ประกอบกับเริ่มจะเย็นมากแล้ว ยังไงก้อต้องหาที่พักให้ได้ก่อน ถึงแม้อยากจะถ่ายรูปเต็มแก่ ก็ตาม...


เริ่มหาที่พึ่งพิง..อันดับแรกที่นึกถึง คือตำรวจ เพราะเค้า ไม่หลอกประชาชนตาดำๆ อย่างเราแน่นอน  ได้คำตอบว่า เราต้องเดินทางเ้ท้าออกนอกงาน ไป หาคอนโดราคาถูก  โดยคอนโดนั้นอยู่หน้า สารพัดช่าง เดินไม่ไกล ตำรวจไทย ย้ำอย่างนั้น...


เราเดินออกมา.........


ทางเดินไปคอนโด..


แล้วพบว่า.....



มันไกลมากกกกกกกกก......
ร่วมกิโลเลยทีเดียว + ทางเข้าน่ากัว+ตึกร้าง อุแม่เจ้า.........นี่มันพล๊อตหนังผีชัดๆ



เด็ก 2 คน เดฟฟ้าคนนึง เดฟ ชมพุคนหนึ่ง  เริ่มกลัว  และกำลังเดินทำหน้าตาโง่ๆ อยู่ตรงปากทางเข้าดอนโดน้น

มีรถคันหนึ่ง เป็นรถกระบะหลังคาเหล็ก ขับออกมา จอดตรงที่เรา 2 คนยืนอยู่

 




และเปิดกระจก  ถามว่า  จะมาพักคอนโด ใช่ไหมคะ  พี่ขับไปดูแล้วมีนน่ากลัวอ่ะค่ะ  แต่นี่พี่ก้อจะมาหาที่พักเหมือนกัน....


อะไรดลใจไม่รุ้ เรายืนคุยกันอยู่สักพัก เราจึงขอไปกับเค้าด้วย  นึกในใจ เอาล่ะ เป้นไงเป็นกัน...พี่ไปไหน หนูไปด้วย....ย.ย..ย.

 

 

ด้วยความที่บ้านนอกทั้งคู่  หมายถึงคู่เรา  และคู่พี่ชายพี่สาวในรถกระบะ  ทำให้เราสามรถเชื่อใจเค้าได้อย่าง 100%  ว่าพวกเค้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "คนดี"



พี่เค้าจัดของในแค๊บของรถกระบะ ที่เล็กแต่เต็มไปด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้ชั้นและเพื่อน ได้หย่อนก้อนลงไปนั่ง  "นี่แหละที่เค้าว่าคับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก"


อีกประโยคหนึ่งคือ.."คนบางคน บนรถบางคัน" จากหนังสือ หน่อไม้  จำไม่ได้ว่าเป็นประโยคของใคร ...แต่มันช่างเข้ากับเหตุการณ์นี้เหลือเกิน

ในที่สุด เราทั้ง 4 ก้อตัดสินใจที่จะไปพักที่คอนโดนี้ เหตุผลหนึี่่งคงเพราะ  พี่ตำรวจไทยเค้าแนะนำมา แสดงว่าต้องดีและที่สำคัญ ถูกจริง  เพราะตอนถาม ชั้นย้ำกับตำรวจไทยคนนั้นหลายครั้งว่า  " เอาแบบ ถูกๆอ่ะค่ะ"
 


ทางเข้าน่ากลัวนิดหน่อย  แต่พอเข้าไปแล้วก้อน่าอยู่ดี



****

****



เรราและพีี่่อยู่กันคนละห้อง แต่อยู่ข้างๆกัน

พี่สาวคนนั้นพูดว่า " เหมือนพวกเรามาด้วยกันจิงๆ เลยนะ"  ชั้นพยักหน้าแทน คำตอบที่อยู่ในใจ


ชั้นและเพื่อนได้ห้องพักในเวลา ประมาณ บางรักซอย 9 เล่นได้ไม่นาน  เพราะพอชั้นเข้าห้องมาก้อเรื่มเปิดทีวีทันที


ห้องราคา 300 มีขนาดใหญ่มาก ใหญ่กว่าหอที่ชั้นอยู่อีก  มีพัดลม+ทีวี

จิงๆแล้วเค้าก้อมีห้องแอร์ แต่ชั้นเห็นว่า พัดลมก้อพอเพราะว่า  นี่ก้อหนาวมากแล้ว..

นอกจากห้องจะใหญ่แล้ว  ในห้องน้ำยังมีอ่างอาบน้ำด้วย  แต่น่าเสียดายที่เราทั้ง2 ไม่ได้ใช้ เพราะเราไม่ได้อาบน้ำเลย เพราะอากาศหนาวมาก (หรือว่า ซกมกกันแน่ 55)

ชั้นออกไปสำรวจนอกห้องตรงระเบียง เจอพี่ สาว +พี่ชาย ที่มาด้วยกันพอดี  ได้มารู้ชื่อว่า พี่สาวชื่อใจ  และพี่ชายชื่อ เขม.. 


มุมมองจากบนห้อง  ..โคตรไกลเลย  ชั้นเดินมาได้ไงเนี่ย..

พี่สาว+พี่ชายบอกว่า เค้าขออาบน่ำก่อน  (สำนึกไหมนั่น ว่าเราก็ควรอาบน้ำ 55+)

ตัวชั้นเองอยากไปถ่ายรูปมากกกกกกกกก..

ประกอบกับเพื่อนหิวข้าวมาก..จึงไปบอกพี่ๆว่า "หนูขอไปก่อนนะคะ เพื่อนหิวมาก"
จึงบอกว่าเด๋วเราเดินกลับพร้อมกัน เด๋วหนูจะโทรหาพี่นะคะ  ( ชิงขอเบอร์พี่เค้าตั้งแต่ตอนที่ได้ห้องแล้ว)


มื้อแรก

เราก้อเริ่มเดินจาก คอนโด ไป สะพานข้ามแม่น้ำแคว(ที่รัก)

โชว์แสงสีเสียงเริ่มต้นตอน 19.00 น. มีเวลาไม่มากนักที่จะกินข้าว ชั้นเลือกที่จะกิน ก๋วยจั๊บ ใส่ถ้วยโฟม(ไม่ช่วยโลกเลยนะเรานี่)  เดินไปกินไป กลัวจะไม่ทันโชว์รอบแรก



สะพานแม่น้ำแคว เป็น อนุสาวรีแห่งสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ต้องแลกด้วยชีวิตเชลยศึกมามาย...


"แค่ความยิ่งใหญ่  มันทำให้คนเราเข่นฆ่ากันขนาดนี้เลยหรอ?"  ประโยคนี้ผุดขึ้นในสมองนับครั้งไม่ถ้วน


ปีนี้เป็นปีที่โชว์สวยมากอีกปีหนึ่ง พร้อมกับมี เครื่องบินบังคับ ที่ยิงพลุ ได้ บินออกมาเรียกร้องความสนใจเด็ก+ผู้ใหญ่ที่คลั่งใคล้ของเล่น เช่นเพื่อนชั้น...












http://61.19.248.235/uploads/41b3ed1dd9.jpg


ถ้ามีเวลาพรุ่งนี้ใจจริงอยากไป สุสานสัมพันธมิตรมาก (ไม่ใช่พันธมิตรนะ) แต่ด้วยเวลา + มาดาต้องการให้กลับในเวลาอันเร็วเพราะพ่อไม่รุ้ว่าไป..

โชว์ รอบแรกจบ  เจอพี่สาว+พี่ชายพอดี  เลย แชะรูป  พี่ 2 คนเป็นที่ระลึกซะหน่อย

แต่ด้วยความตื่นเต้น ทำให้ไม่ได้เปิดแฟลช 555+  รูปเรยมืดไปหน่อย



ด้วยความคลั่ง  ชั้นดูอีกรอบ โดยอยู่ด้านหน้าสุด คางแทบกระแทกสะพานเลยทีเดียว



หลังจากเดินหลงทางสักพัก  เวลาประมาณ  23.30  เรามาเจอ พี่สาว+ พี่ชาย

เราเดินไปคุยไปซักพัก ถึงประวัติ ที่มา จุดประสงค์ของเราทั้ง 2 คู่


เราได้พบว่าเค้าเป็นพี่น้องที่น่ารักที่สุดในโลก

บางที สายใยแห่งความรัก มันก้อแทบจะมองเห็นกันด้วยตาเปล่าเลยทีเดียว


เราคุยกันไปเรื่อย..ทำให้สายใยของเราเริ่มมองเห็นด้วยหัวใจเช่นกัน...


เราเดินคุยกันจนถึงหน้าห้องที่เราพัก  ชั้นกับเพื่อน ยกมือไว้ เพื่อขอบคุณ และอำลา เพราะพรุ่งนี้อาจจะต้องจากไปแต่เช้า เพื่อให้ทันรถไฟเที่ยวเช้า.....


หัวใจมันเหมือนถูกบีบยังไงไม่รุ้...แค่ไม่กี่ชั่วโมง  กลับเหมือนกลับว่า  เค้ากลายมาเป็นเพื่อนร่วมทางที่น่ารักมากๆ ..แต่เราจะต้องจากเค้าไปแล้วหรือเนี่ย......."ในชีวิตเราจะเจอคนดีแบบนี้ บ่อยไหมนะ?"  คำถามนี้ผุดขึ้นมาหัวสมอง....





6.30 น. ของวันอาทิตย์ที่ 30 ชั้น ไป เช็กเอาท์ห้อง  ..ใจจริงอยากจะไปเคาะห้องเพื่อ บ๊าบ บายก่อน..แต่กลัวพี่เค้าจะไม่สะดวก..


หลังจากเดินออกจากซอยมาเจอถนนใหญ่  ชั้นก้อพอกับรถสองแถวที่ไม่รู้ไปที่ไหน  บีบแตร ปี๊นๆๆ


ขาไวกว่าสมอง  ชั้นรีบวิ่งไปขึ้นรถ โดยไม่รุ้ว่า รถไปไหน  นั่งชิวไปสักพัก เริ่มรู้สึกว่า เราต้องรู้ ปลายทางก่อน ที่จะตกรถไฟ....

คุณลุงถามอย่างอย่างใจเย็นว่า..จะไปไหน
เราตอบกลับว่า จะไป สถานีรถไฟค่ะ...

คุณลุงพาเราทั้ง 2 ไปเกย ทีีสถานีรถไฟกาญจนบุรี ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม...

ชั้นผิดหวังนิดหน่อยที่ไม่ได้ไปถ่ายรูป สะพานข้ามแม่น้ำแควในตอนเช้า แต่ก้อยังดีกว่าตกรถไฟรอบเช้า...

เราไปขอตั๋วรถไฟอีกครั้ง คราวนี้ลง ที่ นครปฐม  จะได้ไปบ้านเลย.









***



9.18 น. ถึงนครปฐม...



เช้า+ หนาวเอามากๆๆ  นึกในใจ  ถึงคำตอบที่พี่สาวถามเมื่อคืนว่า ที่บ้านเราหนาวไป เราตอบว่า โหว ไม่หนาวเลย ร้อนซะอีก ....นั่นมันผิดชัดๆ

เรามีเวลาอีกประมาณ 2 ชม. จึงบอกเพื่อนว่าเราไปถ่ายรูป องค์พระยามเช้าจะดีกว่า...



บางที ความรู้สึก บางอย่างไม่สามารถบรรยายด้วยตัวอักษร

แต่มันจะยังอยู่ในหัวใจเราไปอีกนาน....



รอสับราง

ป้าเก๊ก

ลุงดื่ม 40 ดีกรี 


ปล.ลุงบนรถไฟ ขากลับ เป็นอะไรไม่รู้ แก ชอบยื่ยหน้าออกหน้าต่าง แล้วพูดว่า "หก" ทุกครั้ง  จนชั้นคิดว่า ลุงเค้าเรอหรือ อะไร ฮ่า...

ปล.2 ลุงอีกคนที่นั่งข้างๆ ลุงคนข้างบน แอบเหล่รองเท้าคอนเวิส สีเหลือง  ชั้นเป็นประจำสงสัยอยากได้ ฮ่าๆๆ

ปล.3 ขอบคุณ แม่ที่ไว้ใจ ให้ชั้นได้ก้าวสู่โลกกว้างด้วยขาตัวเอง...

ปล.4 ขอบคุณที่แม่ไม่บอกพ่อ

ปล.5 ขอบคุณ เหรียญ ที่หย่อนใส่กระป๋องของ คนตาบอด และป้าที่ขาพิการ ที่ทำให้คำขอของชั้นเป็นจริง...

ปล.6  ขอบคุณ  เพื่อน(ที่เชื่อใจชั้น) พี่แท็ก(ซี่)(ที่อุตส่าพาไปทันเวลา)  คุณลุงที่ให้ตั๋วรถไฟฟรี(ไม่ดิ จิงๆ ต้องขอบคุณรัฐบาล)  ขอบคุณตำรวจไทย ขอบคุณพี่สาว+พี่ชายที่ทำให้ ชั้นได้พบว่า  คนไทย น่ารัก+ใจดี จริงๆ และขอบคุณทุกคนที่ปรากฏอยุ่บนภาพถ่ายของชั้นทุกคน  ...

รวมทั้งขอบคุณเชลยศึกทุกคนที่เสียสละเพื่อมิตรภาพทีี่่น่าจดจำ



"หากเราเอื้อเฟ้อกับคนอื่น คนอื่นก้อจะเอื้อเฟ้อแก่เรา ไปไหน ก็มีแต่คนที่ใจดี"
แมู่พูดประโยคนี้เมื่อเช้า...

 

 

 

 

ข้อความถึง คุณพี่เขม และ พี่ใจ

    ใครจะไปรู้ว่าการเดินทางไกลครั้งแรกของเด้ก 2 คน จะน่าจดจำขนาดนี้ ขอบคุณสำหรับมิตรภาพดีๆที่มีให้กันนะคะ ^-^ โชคดีนะคะคุรพี่ทั้งสอง/จอย+โด

 

ข้อความถึง  น้องจอย และน้องโด

  ขอบใจนะจ๊ะ พี่ก้ขอให้น้องเรียนเก่งๆนะ จากพี่สาวและพี่ชาย ใจ & เขม

 

 

 

 

 

ทำไมสะพานถึงมีหัวใจ

 

 

ทำไมผู้ร่วมทางถึงน่าจดจำขนาดนี้

 

 

 

ทำไมเวลาดีๆ ผ่านไปเร็วนัก

 

 

แต่อย่างน้อย ทริปนี้ก้อทำให้ฉันรู้ว่า  ทำไม ฝรั่งถึงชอบมาเมืองไทย

 

เมืองที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างแท้จริง

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 1 Dec 2008 21:11:02 by คุณหนูแดง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เรื่องยาวดี

หมดไปเท่าไร่
วันหลังจะไปบ้างอิอิHot!

#1 By mohohill on 2008-12-01 21:36

โหะ ๆ รูปใหญ่ดีจังเลยครับคุณเอ้ยยย

กว่าจะหาคอมเม้นท์เจอ มันหลบไปอยู่ด้านขวาของจอนู้นครับ

สงสัยรูปจะใหญ่ดันคอมเม้นออกไปนู้นแน่ะ

#2 By ฟ้าใส on 2008-12-25 14:26