ครั้งแรก หรือ การเริ่มต้น
+ เหตุการณ์ ช่วงเวลา แหล่งอ้างอิง
+ หลักฐานเกี่ยวกับปฏิทิน ครั้งแรกในเมืองไทย (ปลายสมัยรัชกาลที่ 3)
คาดว่าโรงพิมพ์หมอบรัดเลย์เป็นผู้จัดพิมพ์
14 ม.ค. 2385 http://www.lib.ru.ac.th
+ รัชกาลที่ 4 โปรดให้พิมพ์ปฏิทินภาษาไทย
ปรากฏหลักฐานใน หนังสือบางกอกคาเลนดาร์ หน้า 108
12 มี.ค. 2404
+ มีการพิมพ์ปฏิทินขาย ชื่อ "ประนินทิน" เป็นของโรงพิมพ์หมอสมิท
ราคาเล่มละ 4 บาท
รัชกาลที่ 5
2411 – 2453
+ ธนบัตร หรือ อัฐกระดาษ ถูกนำมาใช้แต่ไม่เป็นที่นิยม
ออกธนบัตรอีกครั้ง ในชนิด 5, 10, 20, 100, 1000 บาท
2435
2445
http://mpprint.igetweb.com
+ พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2486
ให้ประชาชนในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรก
2486 http://www.nurnia.com
http://www.seedang.com
+ พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2505 ขนาด 6*9 ซม.
เป็นการจัดทำบัตรจากส่วนกลาง โดยออกบัตรเหลืองจนกว่าส่วนกลางจะส่งกลับมา
2505
+ บัตรประชาชนเปลี่ยนจากสีขาวดำเป็นสีธรรมชาติ
เริ่มใช้บัตรแถบแม่เหล็ก ผลิตบัตรแบบรอรับได้
เริ่าใช้บัตรอเนกประสงค์ หรือสมาร์ทการ์ด
2531
2539
2547
+ โฉนดที่ดินฉบับแรกเป็นของพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ต.บ้านแป้ง อ.พระราชวัง จ.กรุงเก่า (พระนครศรีอยุธยา) 89-1-52 ไร่
1 ต.ค.2444 http://www.dol.go.th
http://www.thaihomeonline.com
+ ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497
ใช้บังคับเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
2497
+ อารามเล็ก ๆ เป็นวัดไหล่หินหลวง หรือ วัดเสลารัตนปัพพตาราม อ.เกาะคา จ.ลำปาง
วิหาร ร่วมสร้างโดย พระมหาป่าเกสร ปัญโญ และเจ้าฟ้าเมืองเชียงตุง
2181 (370 ปี)
2226 (325 ปี)
http://www.chiangmainews.co.th
http://www.laihin.org
http://www.onab.go.th

 

 

ปฏิทิน เริ่มต้นเมือ่ไร อย่างไร ...

   

ปฏิทิน ในภาษาอังกฤษ คือ คาเลนดาร์ (Calendar) มาจากคำพูดของชาวกรีกโบราณ ว่า “Kalend” มีความหมายว่า “I cry” หรือ “ฉันร้อง” มีที่มาว่า สมัยโบราณจะมีคนคอยร้องบอกชาวเมือง เพื่อบอกกล่าวเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า รวมถึงประกาศวันขึ้นเดือนใหม่ เพื่อให้ลูกหนี้จ่ายเงินที่คั่งค้าง ครั้นต่อมาสังคมเริ่มสลับซับซ้อนมากขึ้น ปฏิทินจึงได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแทนคนร้องบอก ปฏิทินจึงเป็นสิ่งบอกเวลา และกลายเป็นสิ่งสำคัญในวิถีชีวิตประจำวันไปในที่สุด ต่อมามนุษย์จึงได้ริเริ่มบันทึก วัน เวลา ขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร หรือที่เรียกกันว่า “ปฏิทิน”
ปัจจุบัน “ปฏิทิน” ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย นักธุรกิจติดต่อนัดหมายกันผ่าน วัน เวลา ในปฏิทิน นอกจากนี้ปฏิทินยังคอยย้ำเตือนถึง วัน เวลาที่สำคัญต่าง ๆ เช่น วันเกิด วันหยุด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปฏิทินที่กำหนดวันสำคัญทางศาสนา ซึงจะต้องอาศัยการประกาศอย่างเป็นทางการ เช่น วันจาริกแสวงบุญของอิสลามิกชน เป็นต้น

ปฏิทินไทย
ปฏิทิน แปลว่า แบบสำหรับดู วัน เดือน ปี สามารถเขียนได้เป็น ประติทิน (ภาษาสันสกฤต) หรือ ประฏิทิน (บาลีแผลง) ประดิทิน หรือ ประนินทิน ก็ได้ คำหลังนี้พบในหนังสือที่เขียนโดย หมอ บรัดเลย์ ในหนังสือ อักขราภิธานศรับท์ หน้า 412 และหนังสือ สยามไสมย หน้าโษณา ของ หมอ สมิท เป็นต้น แบบสำหรับดู วัน เดือน ปี มีทั้งที่จารึกบนก้อนหิน หรือ ขีด เขียน และพิมพ์บนกระดาษ ซึ่งมีทั้งชนิดเป็นแผ่น ตั้งแต่ 1 – 12 แผ่น และชนิดพิมพ์เป็นเล่มแบบหนังสือปฏิทินชนิดเล่ม
การพิมพ์ปฏิทินมีขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อ วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2385 (ปลายสมัย รัชกาล ที่ 3) ซึ่งสามารถตรวจสอบและค้นคว้าหาหลักฐานได้จาก ไมโครฟิล์ม หนังสือบางกอกคาเลนดาร์ ปี ค.ศ. 1870 ( พ.ศ. 2413 ) หน้า 5 ในหอสมุดแห่งชาติ หรือค้นคว้าได้จากหนังสือต้นฉบับ ที่หอสมุดดำรงราชานุภาพ ซึ่งหมอ บรัดเลย์ ได้เขียนไว้ว่า “ 14 First Calendar print in B. 1842 ” (ไม่บอกว่าใครเป็นผู้พิมพ์ แต่คาดหมายว่า คือ หมอ บรัดเลย์ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงพิมพ์ ผู้มีผลงานทางหนังสือมากมาย)
รัชกาลที่ 4 ทรง ฯ โปรดให้พิมพ์ปฏิทินภาษาไทย (ภายหลังจากที่ หมอบรัดเลย์ พิมพ์ปฏิทินชิ้นแรกในสยาม เมื่อ พ.ศ. 2385) เมื่อ วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2404 ดังปรากฏหลักฐานใน หนังสือบางกอกคาเลนดาร์ ฉบับ ปี ค.ศ. 1862 ( พ.ศ. 2405) หน้า 108
ในสมัย รัชกาลที่ 5 ปฏิทินที่พิมพ์ในเมืองไทยได้แก่ “ ประนินทิน ” ซึ่งลงโฆษณาใน หนังสือสยามไสมย ของ หมอสมิท เขียนคำโฆษณาไว้ตอนหนึ่ง ว่า “ ประนินทินนี้ แจ้งให้รู้ถึงการอื่นเป็นอันมากอันควรคนทั้งปวงจะรู้ ถ้าไม่รู้เขาจะนินทาว่าคนโง่ ” แจ้งราคาขายไว้เล่มละ 4 บาท (ราคาในสมัยนั้น) ปัจจุบันยังหาประนินทินของหมอสมิทไม่พบ
ปฏิทินในสมัย รัชกาลที่ 6 ที่น่าสนใจได้แก่ปฏิทินพกเล่มเล็กๆ ที่พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์เป็นของชำร่วย สำหรับแจกพระราชทาน แก่ขุนนางที่ลงนามถวายพระพร ในวันขึ้นปีใหม่ ปฏิทินพกแบบนี้ยังมีแจกต่อมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งบุคคลธรรมดาก็สามารถไปลงนามถวายพระพรและรับปฏิทินหลวงได้
การพิมพ์ปฏิทินเล่มยังมีการจัดทำต่อมา จนกระทั่งถึงรัชกาลปัจจุบัน ปฏิทินเล่มยังมีรายละเอียดในเรื่องของ สภาพภูมิอากาศ เวลาน้ำขึ้น – น้ำลง การเดินทางของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ และมีช่องว่างให้บันทึกเล็กน้อย ยังมีสมุดบันทึกอีกแบบหนึ่ง ซึ่งบอกรายละเอียดของ วัน เดือน ปี เรียงไปตามลำดับ และมีหน้าสำหรับจดบันทึกหมายเหตุรายวัน รวมถึงวันสำคัญ และวัน เวลา นัดหมาย ฯลฯ ที่เรียกว่า “ ไดอารี่ ” (Diary) หรือ ” สมุดบันทึกประจำวัน ” ก็สามารถอนุโลมให้เป็นปฏิทินได้
ปฏิทินไดอารี่ เริ่มมีใช้ในเมืองไทยเมื่อใดยังไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจน แต่ไดอารี่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างสูง คือ ไดอารี่ของรัชกาลที่ 5 ซึ่งเมื่อตีพิมพ์เผยแพร่มีชื่อเรียกว่า “ จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ”

 

 

 

 

อยากรุ้ต่อก้อคลิก เข้าไปตามนั้นอ่านะ

 

ปีใหม่ใกล้จะมาถึงแล้ว สวัสดีปีใหม่ทุกคน

 

แต่แดงน้อยกำลังเดี้ยงง

 

นิ้วหักอยู่ ถือว่าฉลองปีใหม่และกันเนอะ

 

 

มาดูวันหยุดในปีหน้าดีกว่า

 

 

 

 

วันหยุด และวันสำคัญ (ธนาคาร+ราชการ) ปี 2552
วันในสัปดาห์
(in week)
วันที่
(Date)
เหตุการณ์ (Event) ธนาคาร
(Bank)
ราชการ
(Government)
พฤหัสบดี 1 มกราคม วันขึ้นปีใหม่ (New Year's Days) วันหยุด วันหยุด
ศุกร์ 2 มกราคม หยุดวันขึ้นปีใหม่ เพิ่มอีก 1 วัน ? ? วันหยุด วันหยุด
เสาร์ 10 มกราคม วันเด็กแห่งชาติ (Children Day)    
ศุกร์ 16 มกราคม วันครู (Teacher Day)    
อาทิตย์ 18 มกราคม วันยุทธหัตถี    
จันทร์ 26 มกราคม วันตรุษจีน (Chinese New Year's Day) ?    
จันทร์ 9 กุมภาพันธ์ วันมาฆบูชา (Makha Bucha Day) ? วันหยุด วันหยุด
เสาร์ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก (Valentine's Day)    
อังคาร 24 กุมภาพันธ์ วันศิลปินแห่งชาติ ?    
จันทร์ 6 เมษายน วันจักรี (Chakri Memorial Day) วันหยุด วันหยุด
จันทร์ 13 เมษายน วันสงกรานต์ (Songkran Festival Day) วันหยุด วันหยุด
อังคาร 14 เมษายน วันสงกรานต์ (Songkran Festival Day) วันหยุด วันหยุด
พุธ 15 เมษายน วันสงกรานต์ (Songkran Festival Day) วันหยุด วันหยุด
เสาร์ 25 เมษายน วันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวร    
ศุกร์ 1 พฤษภาคม วันแรงงานแห่งชาติ (National Labour Day) วันหยุด  
อังคาร 5 พฤษภาคม วันฉัตรมงคล (Coronation Day) วันหยุด วันหยุด
ศุกร์ 8 พฤษภาคม วันวิสาขบูชา (Visakha Bucha Day) วันหยุด วันหยุด
จันทร์ 11 พฤษภาคม วันพืชมงคล (Royal Ploughing Ceremony Day)   วันหยุด
ศุกร์ 26 มิถุนายน วันสุนทรภู่ ?    
พุธ 1 กรกฎาคม วันหยุดภาคครึ่งปี ธนาคาร วันหยุด  
อังคาร 7 กรกฎาคม วันอาสาฬหบูชา (Asarnha Bucha Day)
เริ่มตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นไป ธปท. เห็นควร กำหนดให้วันอาสาฬหบูชาซึ่งเป็นวันสำคัญต่อพุทธศาสนิกชนตามความเห็นของสำนัก พุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นวันหยุดทำการแทนวันเข้าพรรษา (ธนาคารแห่งประเทศไทย)
วันหยุด วันหยุด
พุธ 8 กรกฎาคม วันเข้าพรรษา (Buddhist Lent Day)   วันหยุด
พุธ 12 สิงหาคม วันแม่ (H.M. The Queen's BirthDay) วันหยุด วันหยุด
พฤหัสบดี 3 กันยายน วันสารทจีน (Sart Chin Day or Ghost Festival or Spirit Festival) ?    
อาทิตย์ 4 ตุลาคม วันออกพรรษา (End of Buddhist Lent Day) ?    
ศุกร์ 23 ตุลาคม วันปิยมหาราช (Chulalongkorn Memorial Day) วันหยุด วันหยุด
จันทร์ 2 พฤศจิกายน วันลอยกระทง (Loykatong Day)    
เสาร์ 5 ธันวาคม วันพ่อ (H.M. The King's BirthDay) วันหยุด วันหยุด
จันทร์ 7 ธันวาคม ชดเชย วันพ่อ (H.M. The King's BirthDay) วันหยุด วันหยุด
พฤหัสบดี 10 ธันวาคม วันพระราชทานรัฐธรรมนูญ (Constitution Day) วันหยุด วันหยุด
พฤหัสบดี 31 ธันวาคม วันสิ้นปี (New Year's Eve) วันหยุด วันหยุด

 

 คนไทยมักจะถือ หลายๆ อย่างเช่น


- ห้ามขึ้นบ้านใหม่วันเสาร์ เพราะเชื่อกันว่าวันเสาร์เป็นวันแรง ถ้าขึ้นบ้านใหม่ในวันนี้แล้วจะทำให้ชีวิตครอบครัวอยู่กันอย่างไม่เป็นปกติสุข (จิงๆถ้าเรารักและดูแลทุกคนในครอบคัว ย่อมจะปกติสุขได้อยู่แล้ว*-*(

- ห้ามเผาผีวันศุกร์ เพราะเชื่อว่าวันศุกร์เป็นวันแห่งโชคลาภ และความรื่นเริง หากเกิดการเผาผีขึ้นในวันนี้แล้วจะก่อให้เกิดเรื่องร้ายขึ้นดังคำกล่าวที่ ว่า “เผาผีวันศุกร์ ให้ทุกข์แก่คนยัง”  ( บางทีก้อห้ามเผาวันสำคัญด้วย )

- ห้ามโกนจุกวันอังคาร เพราะเชื่อว่าวันอังคารเป็นวันแข็ง หากโกนจุกในวันนี้แล้วอาจเกิดเรื่องร้ายแรง อาทิ อุบัติเหตุขึ้นกับผู้ถูกโกนจุกได้ ( พิธรโกนจุก เป็นพิธีที่สำคัญมากของคนโบราณ  จะมีการเรียกขวัญ ก้อคงคล้ายๆกับการที่ให้วันพฤหัสบดีเป็นวันครู นั่นแหละ)


- ห้ามแต่งงานวันพุธ เพราะเชื่อกันว่าวันพุธเป็นวันที่ไม่มีความมั่นคง หากแต่งงานในวันพุธแล้วจะทำให้ชีวิตแต่งงานพบแต่อุปสรรค(หากรักมันไม่ยืนยงแต่งวันไหนก้อเลิกเราว่าอ่ะนะ)


- วันพุธห้ามตัด เพราะเชื่อกันว่าวันพุธเป็นวันแห่งความเจริญงอกงาม จึงห้ามตัดสิ่งต่างๆในวันพุธ อาทิ การตัดต้นไม้ต่างๆ รวมทั้งร้านตัดผมก็ยังนิยมหยุดให้บริการในวันพุธ เป็นต้น


- วันพฤหัสห้ามถอน เพราะเชื่อกันว่าวันพฤหัสเป็นวันแห่งความมั่งคั่ง ดังนั้นการถอดถอนต้นไม้ เสาเรือน หรือถอดถอนสิ่งสำคัญต่างๆจึงพึงงดในวันดังกล่าว 

    

   ก้อเรียกว่าเชื่อไว้บ้าง ถือว่าผู้ใหญ่อาบน้ำมาก่อน คงจะมีเหตุผลพอที่จะเชื่อแบบนี้และกัน..

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แวะมาอ่านบทความดีมีสาระ ครับ

น้อยคนนะจพทราบประวัติความเป็นมาแบบนี้..ขอชมครับ ที่เรียบเรียงมาได้อย่างงดงาม..

:)

#1 By Arunsuk on 2008-12-22 10:16